วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่10

10. เกาะ Pontikonisi, ประเทศกรีซ

          แม้ว่าอาราม Pantokrator เก่าแก่นี้จะไม่ได้ดูอลังการแบบปราสาทในเทพนิยายเหมือนที่อื่น ๆ ที่ผ่านมา แต่ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ไซดลาดิกอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ก็ช่วยให้อารามสีขาวนี้ดูงดงามไม่แพ้ที่ไหน ๆ ได้ไม่ยาก จนเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แห่แหนมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ นอกจากนี้ เกาะที่เล็กจนได้รับฉายาว่า Mouse Island แห่งนี้ยังเป็นแหล่งธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่มีทั้งปลาและนกอาศัยอยู่มากมายอีกด้วย





          ดู ๆ ไปแล้วแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าในยุคที่เต็มไปด้วยตึกสูง ๆ แบบนี้ จะยังคงมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่และธรรมชาติอันสวยงาม ซ่อนอยู่ในที่ซึ่งเราไม่รู้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้น อย่ารอช้า ลองแวะไปเยี่ยมเยียนกันสักครั้ง ก่อนที่เกาะสวย ๆ เหล่านี้จะไม่เหลือความงามไว้ให้ได้ชมกันอีกนะคะ

อ้างอิง www.kapook.com


10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่9

9. เกาะ Dark, สหรัฐอเมริกา

          เดิมทีปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะบริเวณเส้นทางทะเล St. Lawrence นี้ มีชื่อว่าปราสาท Dark Castle ตามชื่อเกาะ แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น Singer Castle เป็นที่เรียบร้อยในปัจจุบัน แถมยังมีข่าวว่ามันเคยเป็นที่ใช้ลักลอบขนส่งเหล้ารัมมาก่อนอีกด้วย อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามแล้ว มันยังเป็นแหล่งตกปลาจำพวกปลาแบสปากใหญ่และปลาไพค์เช่นกัน


10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่8

 8. เกาะ Loreto, ประเทศอิตาลี

          ทะเลสาบ Iseo หรือ Sebino คือทะเลสาบที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเมือง Lombardy และบนทะเลสาบแห่งนี้ก็มีเกาะอยู่มากมาย ซึ่งเกาะ Loreto ก็คือเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเกาะเหล่านั้น แต่ถ้าหากพูดถึงความสวยงามแล้วล่ะก็ รับรองว่าที่นี่ไม่ด้อยกว่าที่ไหนแน่นอน เพราะมันมีปราสาทแนวกอธิคที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1400 ตั้งอยู่ด้วย ทำให้มองเห็นเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม



10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่7

                                           7. เกาะ Trakai Island Castle, ประเทศลิทัวเนีย

          "Little Marienburg" คืออีกชื่อที่คนใช้เรียกปราสาทบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งปราสาทที่ดูเหมือนหลุดมาจากนิทานนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ก่อนจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 1409 และปัจจุบันงานคอนเสิร์ต รวมทั้งงานสังสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็เลือกจะมาจัดในสถานที่แห่งนี้ เพื่อให้มีบรรยากาศย้อนยุคเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย นอกจากนี้ มันยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมกันได้อีกด้วย โดยมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 300,000 คนต่อปี




10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่6

6. เกาะ Mont Saint-Michel, ประเทศฝรั่งเศส

          ทุก ๆ ปีที่เกาะแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยียนเฉลี่ยปีละ 3 ล้านคน และความงามของมันก็ถึงขนาดถูกองค์กร UNESCO ยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกมาแล้ว โดยเกาะแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของคนกว่า 40 คน และเป็นเขตปกครองของแถบนอร์มังดี ในขณะที่สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดบนเกาะแห่งนี้ก็คืออารามที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 นั่นเอง



10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่5

5. เกาะ Wilhelmstein, ประเทศเยอรมนี

          หากเทียบกับเกาะอื่น ๆ ที่ผ่านมา เกาะ Wilhelmstein เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยมันเป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ ด้วยการต่อเติมฐานหินทำให้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแปลกตา ผิดกับเกาะที่เกิดจากธรรมชาติทั่วไป โดยดยุควิลเฮล์มแห่ง Schaumburg-Lippe สร้างมันขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการปกป้องอาณาจักรเล็ก ๆ ของตัวเอง และได้ใช้ประโยชน์จริงเมื่อปี 1787 ตอนที่ดยุคแห่ง Hessen-Kassel เข้าล้อมโจมตีแต่พ่ายแพ้กลับไป





10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่4

4. เกาะ Heart, สหรัฐอเมริกา

          ด้วยรูปทรงหัวใจน่ารักสมชื่อ ทำให้เกาะบริเวณเมืองอเล็กซานเดรียนี้ดูเหมือนเกาะในจินตนาการอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมอันสวยงามคลาสสิก ยิ่งทำให้มันดูเหมือนความฝันยิ่งขึ้นอีก ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นที่สุดจนเป็นตัวเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวให้แวะมาก็คือ Power House ตัวสร้างพลังงานบนเกาะ และ Alster Tower นั่นเอง


10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่3

3. เกาะ Visovac, ประเทศโครเอเชีย


          หนึ่งในเหตุผลที่เราควรไปชมเกาะนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง ก็เพื่อชื่นชมอารามเก่าแก่บนเกาะนั่นเอง โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 1576 คณะฟรันซิสได้สร้างอารามขึ้นที่นี่ ส่วนปัจจุบันอารามนี้ได้ถูกจัดแสดงให้เข้าชมเป็นพิพิธภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่พื้นที่ภายนอกถูกจัดเป็นสวนสวยงามให้คนได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งต้นไซปรัสที่ล้อมรอบนั้น ดูเหมือนกับรั้วอันแข็งแกร่งที่คอยปกป้องอารามแห่งนี้เอาไว้เลยทีเดียว


10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่2

2. เกาะ Pfalz, ประเทศเยอรมนี


          กาะบริเวณแม่น้ำไรห์นนี้อยู่ระหว่างเมืองไมนซ์และเมืองโคเบลนซ์ และจากการที่หุบเขาซึ่งรายล้อมแม่น้ำแห่งนี้อยู่ค่อนข้างชัน ทำให้การเดินทางส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านแม่น้ำสายนี้แทน ยิ่งไปกว่านั้น สืบเนื่องจากการที่น้ำขึ้นค่อนข้างสูง ทำให้ปัจจุบันตัวเกาะจมหายไปกว่า 50% แล้ว เหลือไว้เพียงซากต้นไวน์และสิ่งก่อสร้างทรงหกเหลี่ยมเท่านั้น ซึ่งแม้ว่ามันจะยังคงงดงามควรค่าแก่การเยี่ยมชม แต่ไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตเกาะนี้จะจมลงไปอีกจนสูญหายไปเลยหรือเปล่า


10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย เกาะที่1

     10 เกาะที่สวยราวเทพนิยาย 

คำว่าสวยงามราวกับเทพนิยาย ดูจะเป็นคำที่เหมาะจะใช้ในการนิยามเกาะสวย ๆ จากเว็บไซต์ 
The World Geography ที่ได้รวบรวมข้อมูลมาฝากมากที่สุด เพราะจากการที่เกาะเล็ก ๆ พร้อมสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างสันโดษนี้ ทำให้มันดูเหมือนปราสาทในนิยายปรัมปราของเจ้าหญิงเจ้าชายทั้งหลายมาก จนเห็นแล้วอดอยากไปสัมผัสบรรยากาศที่นั่นด้วยตัวเองแทบไม่ไหวเลยล่ะ และตอนนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลา ก็ลองไปดูเกาะที่ว่ากันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่าความสวยของแต่ละที่ไม่ได้เกินจริงไปจากที่บรรยายเลยสักนิด

1. เกาะ Bled, ประเทศสโลวีเนีย

          ทะเลสาบเบลดบริเวณภูเขาจูเลียนทางตอนเหนือของประเทศสโลวีเนียนั้น อยู่ติดกับหมู่บ้านเบลดตามชื่อของมัน ซึ่งมันเป็นเกาะตามธรรมชาติเพียงเกาะเดียวกลางแม่น้ำเท่านั้น บนเกาะนี้มีสิ่งปลูกสร้างรวมอยู่ด้วยกันมากมาย แต่สิ่งที่โดดเด่นเป็นสง่าที่สุดคงจะหนีไม้พ้น โบสถ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่การขึ้นไปจุติบนสวรรค์ของพระแม่มารีในช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งความสวยงามจากศิลปะแนวบารอกของที่นี่ ทำให้มันกลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานยอดนิยมเลยทีเดียว




เกาะตาชัย



          เกาะบริวารแห่งใหม่ของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ ตาชัย ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า เกาะตาชัย ช่วงเวลาที่เกาะตาชัยงดงามที่สุดคือเดือนกุมภาพันธ์ เมษายน จากนั้นเกาะตาชัยจะปิด 6 เดือน เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟู 

          สำหรับจุดเด่นที่ทำให้เกาะตาชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่ม ที่มีความยาวทอดตัวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร และการเดินป่าเข้าไปดู ปูไก่ ปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ มีลำตัวสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ ชอบออกหากินในช่วงกลางคืน รวมถึงเป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่ทอดตัวยาวขนานกับชายหาด ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

อ้างอิง: http://travel.kapook.com/

หมู่เกาะปอดะ



          ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส  บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ราคาเรือหางยาวเที่ยวไป-กลับคนละ 300 บาท 

เกาะกระดาน



          เป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุกและเกาะลิบง มีเนื้อที่ 600 ไร่ ซึ่ง 5 ใน 6 ส่วนของเกาะนี้อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ที่เหลือเป็นของเอกชน เกาะกระดานมีชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสจนมองเห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้น ตลอดจนฝูงปลาหลากสีหลายพันธุ์  บนเกาะมีที่พักบริการทั้งของเอกชน และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เกาะไข่



          เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาวน้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิดสีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง ในจังหวัดภูเก็ต

หมู่เกาะอ่างทอง



          หมู่เกาะอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ได้แก่ เกาะพะลวย เกาะวัวตาหลับ เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะหินดับ เกาะนายพุด และเกาะไผ่ลวก เป็นต้น ซึ่งตามเกาะต่าง ๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ

          แหล่งท่องเที่ยวใน หมู่เกาะอ่างทอง ได้แก่ เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด, เกาะวัวตาหลับ อยู่บริเวณอ่าวคา เป็นหาดทรายขาวสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอนเล่นพักผ่อนริมหาด เมื่อขึ้นไปจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขา จะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทั้งหมดที่ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวด้วยรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา, เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทรายที่สวยงามและชายหาดที่ยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติ สภาพภูมิประเทศและทัศนียภาพรอบเกาะสวยงามน่าชม

          ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บน เกาะแม่เกาะ เป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหินปูนที่สูงสลับ ซับซ้อนแต่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล การกำเนิดของทะเลสาบน้ำเค็มนี้ได้มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินชั้นล่างทำให้เกิดบ่อยุบ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหมู่เกาะ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในกระบวนการเดียวกับการเกิดถ้ำ

          ทั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไป หมู่เกาะอ่างทอง ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ได้แก่ ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน - 23 ธันวาคม ของทุกปี และจะเปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี

หมู่เกาะสุรินทร์




          หมู่เกาะสุรินทร์ หรือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งชื่อตามพระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) เทศาเมืองภูเก็ต ผู้ค้นพบเกาะ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือ กองหินริเชลิว 

          นับว่ามีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งบนบกและในทะเล มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลนมาประจบกับแนวปะการัง แนวปะการังมีความสมบูรณ์ เหมาะสำหรับชมปะการังน้ำตื้น โดยกองหินริเชริวเหมาะสำหรับดำน้ำลึก เป็นแหล่งสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายชนิด และเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย ช่วงเวลาที่เหมาะกับการท่องเที่ยว คือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน 

          นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านของชาวเลเลกลุ่มสุดท้ายที่ยังดำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมมากที่สุด คือ "มอแกน" หรือ "ยิปซีแห่งท้องทะเล" ประมาณ 200 คนปัจจุบันได้ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ ขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ

เกาะมันนอก



          เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง เป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนโดยแท้ อีกทั้งยังมีหาดทรายละเอียดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส สายลมพลิ้วไหวเหนือสายน้ำ สำหรับกิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะมันนอก คือเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะมันนอก และทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ 

เกาะนางยวน


          เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เสน่ห์ของเกาะนางยวนนั้น มาจากน้ำทะเลสีมรกตที่ใสจนมองเห็นตัวปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน ส่วนกิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ การดำน้ำดูปะการังและปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็ก ๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน 

          เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีใจรักธรรมชาติ หลงรักน้ำทะเล ชอบความเป็นส่วนตัว และต้องการพักผ่อนอย่างแท้จริง อย่าลืมมาพักผ่อนที่ "เกาะนางยวน"